กฎหมายใหม่ยกเลิกความผิด ผู้กระทำความผิดในขณะนั้นยังมีความผิดอยู่หรือไม่ ???

ณ ปัจจุบันยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าการปลูกกัญชายังเป็นความผิดอยู่หรือไม่และสามารถปลูกได้เสรีเหมือนกับพืชกระท่อมหรือไม่ ตามหลักกฎหมายอาญาบุคคลจะต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้และหากมีกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง การกระทำเช่นนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป ให้ผู้ที่ได้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด และหากกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดไม่ว่าในทางใด คำว่าไม่ว่าในทางใด คือให้ใช้ส่วนที่เป็นคุณกับผู้กระทำความผิด กล่าวคือหากกฎหมายเก่ามีส่วนที่เป็นคุณก็ใช้กฎหมายเก่า หากกฎหมายใหม่เป็นคุณก็ใช้กฎหมายใหม่ในส่วนที่เป็นคุณซึ่งนำมาใช้คละกันได้ ตัวอย่างเช่น กฎหมายเก่าจำคุกไม่เกิน 15 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท แต่กฎหมายใหม่จำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท เห็นว่ากฎหมายเก่ากับกฎหมายใหม่มีโทษแตกต่างกัน จึงต้องใช้ส่วนที่เป็นคุณไม่ว่าในทางใด คือถ้าจะลงโทษจำคุกต้องไม่เกิน 10 ปี ตามกฎหมายใหม่ ถ้าจะลงโทษปรับต้องไม่เกิน 10,000 บาทตามกฎหมายเก่า เป็นต้น

กรณีที่เป็นข่าวและมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องมีกัญชาไว้ในความครอบครอง หรือปลูกกัญชายังผิดกฎหมายอยู่หรือไม่นั้น กรณีดังกล่าวนี้ เนื่องจากพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.๒๕๖๔ และประมวลกฎหมายยาเสพติดมาตรา 29 (5) กำหนดว่ายาเสพติดประเภท 5 คือยาเสพติดให้โทษที่ไม่ได้อยู่ในประเภท 1 ถึง 4 เช่นฝิ่น ซึ่งตามอนุมาตรา 5 ใช้คำว่าเช่นฝิ่น ซึ่งอาจจะมีกัญชาด้วย ซึ่งถ้าหากมีกัญชาด้วยกฎหมายที่บัญญัติขึ้นภายหลังก็ไมได้ยกเลิกความผิดการมีกัญชาก็จะยังเป็นความผิดตามกฎหมายอยู่เช่นเดิม

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้น ต้องเป็นโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง การกระทำเช่นนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป ให้ผู้ที่ได้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด และถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้ว ก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น ถ้ารับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ถ้ากฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิด ไม่ว่าในทางใด เว้นแต่คดีถึงที่สุดแล้ว แต่ในกรณีที่คดีถึงที่สุดแล้ว ดังต่อไปนี้

(1) ถ้าผู้กระทำความผิดยังไม่ได้รับโทษ หรือกำลังรับโทษอยู่ และโทษที่กำหนดตามคำพิพากษาหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง เมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาลหรือเมื่อผู้กระทำความผิด ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้นหรือพนักงานอัยการร้องขอ ให้ศาลกำหนดโทษเสียใหม่ตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง ในการที่ศาลจะกำหนดโทษใหม่นี้ ถ้าปรากฏว่า ผู้กระทำความผิดได้รับโทษมาบ้างแล้ว เมื่อได้คำนึงถึงโทษตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง หากเห็นเป็นการสมควร ศาลจะกำหนดโทษน้อยกว่าโทษขั้นต่ำที่กฎหมายที่บัญญัติในภายหลังกำหนดไว้ถ้าหากมีก็ได้ หรือถ้าเห็นว่าโทษที่ผู้กระทำความผิดได้รับมาแล้วเป็นการเพียงพอ ศาลจะปล่อยผู้กระทำความผิดไปก็ได้

(2) ถ้าศาลพิพากษาให้ประหารชีวิตผู้กระทำความผิด และตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง โทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดไม่ถึงประหารชีวิต ให้งดการประหารชีวิตผู้กระทำความผิด และให้ถือว่าโทษประหารชีวิตตามคำพิพากษาได้เปลี่ยนเป็นโทษสูงสุดที่จะพึงลงได้ตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง

Facebook
Twitter
Email
WhatsApp